[FIC] พันธนาการรัก 13 - YOOSU

posted on 28 Jan 2012 18:56 by junjung-yoosu
Title :[FIC] พันธนาการรัก
Pairing : YooSu
Rate : NC 18+
By Rainbow story
 
   
 
 
 
ท่ามกลางหิมะที่โปรยปราย ชายหนุ่มในชุดดำยืนนิ่งงันไว้อาลัยหน้าป้ายหลุมศพที่ถูกสลักไว้ว่า  ‘ปาร์ค ฮยองฮวา’ 

     ไม่ต้องมีพิธีรีตองใดๆมากมาย ยูชอนเลือกให้ศพของพ่อเขาฝังไว้ในอาณาเขตวังมังกร ข้างๆหลุมศพเจ้าของบ้านคนที่แล้ว.... ยูชอนรู้ว่า อีกไม่นานข่าวนี้จะถูกแพร่กระจายออกไป แน่นอน...วงการนี้ต้องสั่นคลอนกับการจากไปของผู้นำสูงสุด  

แต่ไม่รู้ว่า....จะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้....  

....ผมจะทำให้ดีที่สุด....

ช่อดอกไม้สีขาวถูกวางทาบลงบนป้ายหินอ่อน สายตาเศร้าสร้อยในดวงตาคมพาให้บรรยากาศรอบๆหมองลงไปด้วย   กายบางแอบมองดูห่างๆที่ด้านข้างเสาต้นใหญ่หันหลังกลับถอนหายใจระบายสิ่งที่หนักใจออกมา ตากลมรื้นขึ้นมาด้วยน้ำตา การที่เกือบจะทำให้คนสำคัญของผู้อื่นจากไป ไม่รู้เขาคิดไปได้อย่างไร ทั้งแค้นทั้งกลัว...

ยิ่งไปกว่านั้น ทำไมยูชอนถึงไม่ทำร้ายเขา ทั้งที่ตัวเขาน่าจะเป็นสิ่งที่ระบายอารมณ์โทสะของยูชอนอยู่แล้ว ทั้งๆที่เขาเข้าไปยุ่งในการตายครั้งนี้ด้วย ทำไมกัน....

“เข้าบ้านได้แล้ว....”  เสียงทุ้มดังมาจากด้านหลังทำเอากายบางสะดุ้งเฮือกรีบตวัดหันไปมองทันที กว่าจะรู้ตัวว่ายูชอนมายืนอยู่ตรงหน้าก็ลืมที่จะเช็ดน้ำตาไปเสียแล้ว ข้อมือเรียวยกขึ้นมาปาดขอบตาอย่างลวกๆก่อนจะเดินหนีร่างสูงไปอีกทาง หากแต่โดนรั้งแขนไว้เสียก่อน

“เข้าบ้านเถอะ  ข้างนอกมันหนาว...เดี๋ยวจะเป็นหวัด”

“...” จุนซูไม่ได้พูดอะไรก่อนจะก้มหน้าก้มตาสาวเท้าเร็วๆเข้าไปด้านใน



ร่างบางนั่งสงบสติอารมณ์อยู่ภายในห้องนอนของตนเอง ความรู้สึกมันกดดันจนล้นทะลักออกมาในรูปของน้ำตา

สายตาเศร้าๆมองไปยังสิ่งของที่ได้มาจากครอบครัว ไม่รู้ทำไม....ถ้ามีคนตายแล้วเขาจะมีความสุขจริงๆน่ะหรอ...จะได้อะไร?

จะได้อะไรที่มาจากความเศร้าโศกของคนอื่น...

...แล้วทำไมกัน...ทำไมตระกูลปาร์คถึงไม่สะทกสะท้านต่อการทำร้ายคนอื่น...

พลันนึกบางอย่างออกท่ามกลางความหวาดกลัว มือเล็กคว้าโทรศัพท์คู่ใจขึ้นมากดโทรออกหาชีวอน

“ฮัลโหล”

“ผมจุนซูนะ....คุณ...เอ่อ...” จุนซูกลืนคำพูดทั้งหมดลงคอเพราะความขี้ขลาดของตัวเอง หากถามคำถามนั้นออกไปอาจโดนสงสัยในความไม่แน่นอนเอาก็ได้

“มีอะไร...”

“ผมต้องทำอะไรต่อ”

“ถ้าเธอกลัวและทนไม่ไหวก่อนจะครบหนึ่งอาทิตย์ ก็ฆ่าปาร์ค ยูชอนไปก่อนก็ได้ ตากลมเบิกกว้างอ้าปากค้างกับสิ่งที่ได้ยินก่อนจะตั้งสติและถามกลับไปด้วยน้ำเสียงที่เป็นปกติที่สุด

“ทำยังไง...”

“ตามเวลาที่เหมาะสม เอาเป็นว่า ถ้าพร้อมเมื่อไหร่ก็จัดการเลย  มันอยู่คนเดียวแล้ว”

“ผม...”

“เธอจะปลอดภัยและได้บ้านคืนแน่นอน”

ติ๊ด... จุนซูวางสายลง ...ไม่มีใครที่เป็นคนดี...ชีวอนก็กำลังมีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่น...

จุนซูไม่รู้เลยว่าจะเดินไปทางไหนคือทางที่ถูกต้องหรือทางที่ตัวเองต้องการจริงๆ และไม่มีใครให้ปรึกษา คอยพูดคุย แม้แต่แจจุงก็ย้ายออกไปแล้ว..พร้อมกับแม่...  ยูชอนบอกกับเขาอย่างนั้น

การตัดสินใจชั่วแวบเดียวอาจทำให้ชะตาพลิกผันได้ เหมือนเป็นของหนักยู่บนตราชั่งสองข้าง หากเลือกที่จะหยิบข้างใดข้างหนึ่งออก....

หรือเพราะเขา ไม่มีทางเลือก....

.

.

.

.

.

ภายใต้แสงไฟหลากสีที่ส่องสว่างวาบผ่านไปมาตามจังหวะของเพลงที่ใครต่อใครพากันเต้นอย่างมัวเมาดื่มด่ำไปกับราตรีแสนยาวนานนี้ 

แจจุงและยุนโฮนั่งดื่มอยู่ในชั้นVIPโดยที่ยุนโฮเป็นคนออกเงินเลี้ยงทั้งหมดเอง ชายหนุ่มร่างใหญ่เริ่มเมามายในรสน้ำอำพันสีสันต่างๆที่เขาแทบจะไม่เคยลองมาก่อนในชีวิต ก็มีแต่ครั้งนี้เท่านั้นที่ถูกแจจุงคะยั้นคะยอ และตัวเขาเองก็คิดว่า คงเป็นวิธีเดียวที่จะลืมปัญหาไปได้ แค่ชั่ววูบก็ยังดี

“...ยุนโฮ...เป็นยังไงบ้าง...ดีขึ้นมาหรือยัง...”

“...แจจุง....นายเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดที่ฉันเคยคบ.....”

“อย่าพูดอย่างนั้นสิ...ฉันเพิ่งคบกับนายได้ไม่ถึงเดือนเลยนะ”

“ถ้าไม่มีนาย ฉันก็เป็นไอ้โง่ต่อไป....รู้ไหม เวลาที่ฉันเห็นจุนซูอยู่กับไอ้เลวนั่น...ฉันรู้สึกโง่ขนาดไหน!...ฉันไม่คิด.....ฉันไม่เคยคิด....ว่าจุนซูจะทำแบบนี้....จะทำลายรักของฉันแบบนี้...ทำไมกัน...” ชายหนุ่มเริ่มพูดไม่เต็มประโยคด้วยฤทธิแอลกฮอร์ ยุนโฮจับแก้วให้แจจุงเติมก่อนจะยกกระดกเข้าไปอีกครา ตอนนี้สมองเขาเริ่มตื้อๆ ยิ่งไม่อยากคิดเรื่องของจุนซูก็ยิ่งคิดมากกว่าเรื่องอื่น

       แจจุงเล่าให้ฟังหมดแล้ว เรื่องของจุนซู เรื่องที่เขาสงสัยมานาน และไม่อยากคาดเดาเอาเอง จนมาได้ยิน ทุกอย่างมันมีเหตุมีผล แจจุงไม่ได้โกหกเป็นแน่ มันประติดประต่อจากความจริงที่เขาพบทั้งหมด

....ยังไงพรุ่งนี้...จะต้องไปถามเพื่อให้ได้ยินจากปากของจุนซูให้ได้...

“ยุนโฮ....เลิกดื่มเถอะ นายเมามากแล้ว”

“ไม่.....ฮึกก..อึก.....ทำไม...ทำไมกัน...ทำไมจุนซูต้องทำแบบนี้ด้วย...” ชายหนุ่มยกข้อมือขึ้นมาปาดน้ำตาให้หมดไปด้วยความเสียใจ  โดยที่ไม่ได้สังเกตใบหน้าเจ้าเล่ห์ของเพื่อนหน้าสวยที่นั่งอยู่ด้านข้างเลย

“ถ้านายไม่อยากเจ็บ นายก็ควรเลิกกับจุนซู ก่อนที่มันจะเจ็บไปมากกว่านี้ ฉันน่ะ พอได้รู้ว่านายเป็นแฟนของจุนซูก็ตกใจเหมือนกัน เพราะคิดว่าจุนซูเป็นแฟนของยูชอน แล้วที่ฉันมาบอกนายก็เพราะว่าฉันรู้ถึงความชั่วร้ายของตระกูลปาร์คไงล่ะ  จุนซูเองก็คง......ฉันไม่พูดดีกว่า แต่นายเลิกดื่มเถอะ”

“ไม่  จนกว่า....อืม....” ชายหนุ่มกุมศรีษะด้วยความมึนจนแทบคุมสติไว้ไม่อยู่ ใบหน้าสวยยกยิ้มกับผลงานของตนก่อนที่มือเรียวจะล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบซองสี่เหลี่ยมเล็กๆและฉีกผงสีขาวเทเข้าไปในแก้วขด้วยความรวดเร็วกว่าสายตาเบลอๆของยุนโฮจะทันสังเกตและโยนซองที่เหลือลงถังขยะใกล้ๆ สายตาเรียวจ้องไปยังแก้วที่เขาพึ่งใส่ยาปลุกเซ็กส์เข้าไปอย่างไม่วางตาก่อนที่แก้วใบนั้นจะถูกยกและกระดกเข้าลำคอแกร่งจนหมด  ยาจะออกฤทธิประมาณ10ถึง15นาทีหลังจากกินเข้าไป

“ยุนโฮ นายเมามากแล้ว กลับกันเถอะ”

“ม่าย....”

“เดี๋ยวฉันเป็นคนขับรถเอง ไป..ไปกันเถอะ” แจจุงนำแขนแข็งแรงพาดคอแล้วพากันเดินไปที่ลานจอดรถ

“กุญแจรถนายอยู่ไหน”  มือหนาค้นเข้าไปในกระเป๋าของตนเองก่อนจะหยิบกุญแจรถขึ้นมาและร่วงผล็อยไปกับพื้น แจจุงจำต้องก้มลงไปหยิบขึ้นมาด้วยอารมณ์ที่เริ่มขุ่นเคืองเพราะน้ำหนักที่เขารับไว้ไม่ใช่น้อยๆเลย

และกว่าจะเปิดประตู พายุนโฮเข้าไปนั่งอีก ร่างบางเริ่มสตาร์ทเครื่องและพายุนโฮไปทำตามแผนที่วางไว้

“อ๊ะ” ขณะที่แจจุงเหยียบคันเร่งอยู่นั้น กายแกร่งก็โผเข้ามากอด

“จุน....ซู...”

“ปล่อยน่า!” แจจุงแกะข้อมือหนาออกแล้วเริ่มขับต่อ ไม่วายจู่ๆมือหนาก็ล้วงเข้าในเสื้อของเขา

....บ้าเอ๊ย....

...ตรงนี้ก็ตรงนี้... รถคันหรูเลี้ยงเข้าเทียบจอดข้างทางเปลี่ยวเมื่อยุนโฮเริ่มเข้ามากอดเขาและจูบเขา

เพราะใช้เวลาแบกยุนโฮลงมานานไปหน่อย ก็เลยไม่เป็นไปตามคาด ถึงภายในรถจะแคบไปหน่อยสำหรับกิจกรรมที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่ก็หมายความว่า แผนการสำเร็จลุล่วงไปครึ่งทางแล้ว

“จุนซู....”

“ไม่..ฉันชื่อแจจุง”

“พี่รักนายนะ...” ชายหนุ่มเริ่มซุกไซร้ตามซอกคอเรียวโดยไม่รู้ตัว เขาเปลี่ยนมานั่งประกบกับกายบางและจุมพิตตามร่างกายด้วยความกระหายตามฤทธิของยา ร่างบางปล่อยกายปล่อยใจให้อีกฝ่ายทำตามใจชอบอย่างที่เคยทำ การหลอกล่อผู้ชายมันเป็นงานถนัดสำหรับแจจุง เซ็กส์ก็เช่นกัน เขาเจนจัดมามากแล้ว ก็แค่เปลืองตัวนิดหน่อยแลกกับความสบายทั้งชีวิตล่ะก็ คุ้มยิ่งกว่าคุ้มเสียอีก

“อืมม...อืออ..”  เมื่อร่างด้านบนเริ่มสอดใส่เข้ามาแจจุงก็สะดุ้งน้อยๆและอ่อนไหวไปตามการชักพาเพราะอีกฝ่ายเป็นหนุ่มหล่อ ชาติตระกูลดี แถมยังอ่อนโยน ไม่ตะกละตะกรามเหมือนตาแก่เหี่ยวๆคิดลามกน่ารังเกียจพวกนั้น

“อึก...” ร่างบางถูกกระแทกเข้ามาอย่างแรงจนไม่อาจทนได้ แจจุงยกมือยกขึ้นมาตีที่แขนแกร่งเพื่อเรียกสติแต่ทว่า อีกฝ่ายจะขาดการรับรู้มาตั้งแต่เริ่มกิจกรรมแล้ว 

“ยุนโฮ....เจ็บนะ....อ๊า...!!!” เหมือนกรรมตามสนอง คนที่โดนทั้งเหล้าทั้งยาที่เขาวางไว้นั้นไม่มีสติที่จะสามารถฉุดกลับมาได้เลย 

ความเร็วและแรงเพิ่มขึ้นตามระยะเวลา กายบางลุ่มหลงมัวเมากับรสที่ได้รับจนยกไว้เหนือเหตุผลทั้งมวล

....เกือบลืมไปแล้วว่าทำทั้งหมดเพราะผลประโยชน์....

ร่างสองร่างกอดรัดแลกจุมพิตขยับกายประสานกันตลอดหลายชั่วโมงจนหมดเรี่ยวหมดแรงและเข้าสู่นิทรา

 จนกระทั่งแสงยามเช้าเล็ดลอดผ่านฝ้าหิมะที่เกราะกรังบนกระจกส่องเข้ามาภายในรถ

....ยุนโฮ....นายติดกับดัก....

.

.

.

.

.

ยามเช้าในห้องอาหาร จุนซูกำลังกินข้าวอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นัก เสียงช้อนกระทบจานกระเบื้องราคาแพงดังเป็นระยะๆ คิ้วเรียวขมวดแน่นด้วยความไม่พอใจอย่างที่สุด เพราะว่ายูชอนลากเขามากินข้าวแต่เช้า แถมยังบ่นๆๆเหมือนคนแก่ น่ารำคาญชะมัด

“จุนซู คราวหน้าคราวหลังก็ต้องกินข้าวให้ตรงเวลานะ อย่าให้พี่ต้องเรียกแบบนี้อีก โตแล้ว”

“ฮะ”

“ไปโรงเรียนแล้วไม่มีเงินก็มาขอพี่ เข้าใจไหม”

“ฮะ”

“ตอนเช้าก็ตื่นมากิน 7 โมงครึ่ง กลางวันก็เที่ยงตรง ตอนเย็นก็ 5 โมงเย็น  กินทุกมื้อ ห้ามดื้อ ห้ามกินน้อยเกินไป”

“ฮะ”

“มีปัญหาอะไรก็ปรึกษาพี่ ใครพาไปไหนก็ไม่ต้องไป ถ้ามีคนมาบอกว่าพี่เรียกให้ไปก็ไม่ต้องไป”

“ฮะ”

“ห้ามกินข้าวเสียงดังด้วย”

เคร้งง!!!!!!!ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

“จุนซู....”

“มีอะไรอีกไหมฮะ?” ใบหน้าหวานหันมาถามแบบประชด ทุกคำที่จุนซูตอบรับอย่างง่ายดายเพื่อให้การสนทนาผ่านไปอย่างรวดเร็วเท่านั้น

“อย่าดื้อ”

“ฮะ”

ว่าแล้วร่างบางก็เตรียมลุกเก็บเก้าอี้เพื่อเข้าห้องไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดนักเรียนแต่ทว่าโดนมือหนาดึงไว้เสียก่อน

“จะไปไหน  การตอบรับแบบขอไปทีของนายมันไม่ทำให้พี่สบายใจขึ้นมาได้เลยสักนิด สัญญากับพี่มา ว่าจะทำตามที่พูดไว้จริงๆ”

“สัญญาฮะ”

จุนซูสะบัดแขนออกก่อนจะเดินออกจากห้องอาหารไป ทิ้งให้ร่างสูงถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความกังวลแต่เพียงผู้เดียว

.....ก็เพราะเป็นห่วงในความปลอดภัย.....

....อะไรที่ทำได้ ก็อยากจะทำ....

....ไม่มีสิทธิถามว่าทำไมนายถึงดื้อแบบนี้......ไม่เลย....



        เป็นปกติที่รถไร้ยี่ห้อจะมาจอดที่หน้าโรงเรียนเพื่อส่งคนสองคนมาโรงเรียน เช้าวันนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นวันที่ปกติที่สุดเมื่อไม่มีหนุ่มหน้าสวยเดินลงมาด้วย ...ใช่..แจจุงไม่ได้อยู่ที่วังมังกรแล้ว...แต่ไม่ได้หมายความว่าแจจุงจะออกจากโรงเรียนไปด้วย...

      แต่ถึงอย่างนั้น ทั้งจุนซูที่เฝ้ามองหายุนโฮเพื่อที่จะพบหน้าก็ยังไม่เห็นวี่แววคนตัวสูงร่างหนาเหมือนหมีแม้แต่นิด คิดถึงสายตาอ่อนโยนที่จ้องมาที่เขา คิดถึงเวลาดีๆที่ได้อยู่ด้วยกัน เวลาที่มีความสุข

....นั่นมันเมื่อก่อน...ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว...

      ยูชอนเองก็คอยสอดส่องหาคิม แจจุงซึ่งได้หายตัวไปหลังจากที่พ่อเขาตาย และไม่รู้ว่าจะหาอะไรมาตลบหลังเขาอีก ศัตรูอยู่ใกล้ตัวขนาดนี้ เขาเองก็ไม่น่ามาโรงเรียนทั้งที่อะไรๆหลายๆอย่างยังไม่เข้าที่ แต่ก็เพราะจุนซู ที่ดูเหมือนว่าจะไม่อยากอยู่ที่วังมังกรเท่าไหร่นัก ก็เลยต้องตามมาด้วย

....เวลาอันน้อยนิด...มันจะต้องคุ้มค่าที่สุด.....

.

.

.

.

.

“ฮึกก..ฮึก...ฮือ...” เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นดังครวญครางอยู่ใกล้ๆจนน่าแปลกใจ เปลือกตาหนาค่อยๆเปิดออกทีละนิดด้วยความมึนงงทำให้เขาเอะใจสงสัยในสถานที่ที่ไม่คุ้นเช่นนี้

“ฮึกก ฮืออ....” ใบหน้าหล่อเหลาหันไปตามเสียงก็ต้องตกใจเมื่อเพื่อนร่วมห้องในชุดเปลือยเปล่านั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ข้างๆ เมื่อเขามองดูตัวเองก็พบว่าตัวเขาเองไม่ได้ใส่เสื้อผ้าเช่นกัน ความปวดจี๊ดแล่นเข้ามาในสมองเพราะเมื่อคืนจำได้แต่ว่าดื่มหนักมากๆ แต่ไม่คิดว่าจะมีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นเช่นนี้

“แจจุง...นาย...”

“ฮึกก...ฮือออ....”

“ฉัน..ทำอะไร...” ยุนโฮถามด้วยความสงสัย ไม่อยากให้เป็นไปอย่างที่คิดเลย ให้ตายสิ

“เมื่อคืน...นาย...ฮึก...เมามาก...”

“อ่า...” มือหนายกขึ้นมากุมขมับ ไม่อยากเชื่อตัวเองเลยจริงๆว่าจะทำแบบนั้นลงไปกับแจจุง

“ขอโทษนะ...ฉัน...ฉันจะรับผิดชอบทุกอย่างเอง” วงแขนแกร่งโอบกายบางเข้ามากอดปลอบ ริมฝีปากสวยยกยิ้มร้ายเมื่อแผนสำเร็จลงด้วยดี ยังไงเสียคนแบบยุนโฮก็ต้องรับชอบอยู่แล้ว เดาไม่ยากเอาซะเลย น่าตาดี ชาติตระกูลดี นิสัยอย่างกับพ่อพระ หาแบบนี้ได้ง่ายๆที่ไหนกัน จุนซูน่ะโชคร้ายเองที่เจอยูชอนเข้า

...มือใครยาว สาวได้สาวเอา...

.

.

.

.

.

        ทันทีที่เสียงกริ่งของโรงเรียนดังบอกเวลาเลิกเรียน ร่างเล็กเดินเอื่อยๆฝ่าฝูงนักเรียนที่ทยอยออกมาตามทางเดินข้างตึก จุนซูรู้สึกหดหู่ในจิตใจ วันนี้พี่ยุนโฮไม่มา และแจจุงเองก็ไม่มาเช่นกัน  โทรไปก็ไม่รับสาย ในขณะที่มีเรื่องหนักใจ ทุกอย่างก็เหมือนกำลังลงโทษเขา ไม่มีใครคอยให้คำปรึกษา อีกไม่กี่นาทีก็ต้องกลับวังมังกร เขาไม่อยากไปที่นั่น เพราะมันเป็นการตอกย้ำความผิดของตัวเอง อยากจะหาใคร ที่ไหนก็ได้ ที่ทำให้สบายใจขึ้น....

ขณะที่เขาเดินอย่างหมดอาลัยตายอยากอยู่นั้นจู่ๆก็มือมาจับ...ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าใคร...

“....” ใบหน้าหวานหันไปหาเจ้าของฝ่ามืออุ่นที่รั้งแขนเขาไว้

“กลับบ้านเถอะ” น้ำเสียงแหบทุ้มที่คุ้นเคยดังอยู่ไม่ไกลก่อนจะพาเขาออกเดินด้วยกัน ระยะก้าวของยูชอนนั้นยาวกว่ามาก แต่วันนี้ยูชอนก้าวสั้นลงจนเกือบเท่าระยะก้าวของเขา จับมือเขาแบบที่ไม่ใช่การบังคับเหมือนกับครั้งที่ผ่านๆมา  ไม่รู้ทำไม จุนซูก็ไม่อยากปล่อยฝ่ามืออุ่นนี้ 

“ทำไม....” เสียงหวานเอ่ยขึ้นอย่างเหม่อลอย

“หืม?”  

“ทำไมไม่ฆ่าผมทิ้งซะ....”

“พี่นึกว่านายจะเลิกคิดแบบนั้นไปแล้วซะอีก....”

“.....”

“แล้วนายล่ะ อยากตายนักหรือไง”

“.....บางที...พี่อาจจะตายก่อนผมก็ได้...” ร่างบางหยุดฝีเท้าลง ยูชอนเองก็ชะงักไปด้วยพร้อมกับลอบยิ้มออกมา

“แล้วนาย อยากให้พี่ตายหรือเปล่า”

“ผมอยากให้พี่ตายๆไปซะ...ผมเกลียดพี่...” ตากลมเหม่อมองลงที่พื้นทั้งยังตอกย้ำตัวเองนักหนาว่าเกลียดคนตรงหน้าแค่ไหน ต่อให้ยูชอนพ่นคำพูดใดออกมาที่สามารถกระทบจิตใจได้แค่ไหนก็จะไม่มีวันหวั่นไหวเด็ดขาดเพราะทั้งหมดคือการหลอกลวง

“พี่ตัดสินใจแล้ว....อีกสองวัน...พี่จะให้นายไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ....” สิ้นประโยค จุนซูอดไม่ได้จะเงยมามองคนตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตากับสิ่งที่ได้ยิน

“อะไรนะ!!!....ทำไม???” มันกระทันหันเกินกว่าที่เขาจะรับทัน

“นายไม่เหมาะกับที่นี่...ไม่เหมาะกับวังมังกร...นายเอง...ก็อยากเป็นอิสระไม่ใช่หรอ?” จุนซูมองผ่านแววตาคมที่สะท้อนถึงความเสียใจอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนมีน้ำตามาคลอที่เบ้า ทั้งที่เขาไม่ได้เสียใจสักหน่อย เขากำลังดีใจงั้นหรอ

“พี่คง...เบื่อแล้วสินะ....”

“ใช่...นายก็ไม่ต้องกังวล...พี่คงจะไม่ได้ไปพบนายอีก...”

“ฮึก....ก...” ไม่รู้ทำไม น้ำตาถึงได้ไหลออกมา ใบหน้าหวานฝืนยิ้ม แสแสร้งแกล้งทำ ทั้งที่รู้ตัว ว่ามันไม่ใช่...ความรู้สึกมันไม่ใช่แบบนั้น...

“ที่นั่นพี่เตรียมทุกอย่างไว้หมดแล้ว....เป็นถึงแฟนตระกูลปาร์ค จะให้ไปแบบธรรมดาได้ยังไง” ยูชอนพูดติดตลก เขาพยายามทำให้บรรยากาศผ่อนคลาย แต่ทั้งสายตาทั้งน้ำเสียง มันไม่เป็นใจสักอย่าง

“...แล้วพี่ยุนโฮ...”

“อีกสองวัน ชีวิตเป็นของนาย........แต่ไม่ใช่ที่นี่...”

“....ผมดีใจที่สุดในชีวิตเลย....ดีใจสุดๆ...ฮะ...ฮะฮะฮะ...” เสียงแหบหวานหัวเราะแห้งๆ  มันเป็นการหัวเราะที่ฝืนที่สุดในชีวิตของเขา

“ดีแล้ว...ดีแล้วล่ะ...” ฝ่ามือหนาวางลงบนศีรษะคนตัวเล็กก่อนจะโอบเบาๆแล้วพาเดินไปยังรถที่มาจอดรอหน้าโรงเรียน

.....ใช่แล้ว...นี่แหละ....ดีที่สุด.....

.

.

.

.

.

        ในห้องทำงานที่ถูกตกแต่งอย่างหรูหราสมกับเป็นห้องของอดีตนายใหญ่ตระกูลปาร์คถูกเปิดเข้ามาโดยทายาทคนสุดท้าย ร่างสูงทิ้งกายลงบนเก้าอี้โต๊ะทำงานก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ ในสมองของเขาคิดวนไปมาสำหรับเรื่องจุนซูและการจัดการทั้งหมดที่เขาต้องทำ เพียงแค่มองไปยังกองเอกสารที่อยู่บนโต๊ะก็รู้สึกถึงภาระที่หนักอึ้งกำลังถาโถมเข้าใส่ มือหนาหยิบเอกสารใบหนึ่งขึ้นมาดูว่าเขาควรจะเริ่มจากตรงไหน ยังไง ภายในกระดาษประกอบไปด้วยข้อมูลสินค้าต่างๆมากมาย และรายชื่อกับสถานที่สำหรับรับและส่งสินค้า

ยังไงยูชอนก็จะไม่ย่อท้อกับปัญหา เพราะเขาจะทำให้ดีที่สุด เพราะสาบานต่อหน้าหลุมศพไว้แบบนั้น...หลุมศพของตาแก่คนหนึ่ง  ....มีใครที่ไหนยอมตายเพราะเมียแบบนี้บ้าง....

เมื่อลองไล่อ่านเอกสารทุกใบอย่างคร่าวๆก็เริ่มเข้าใจ ยูชอนดึงลิ้นชักของโต๊ะทำงานออกมาพบบกล่องใส่แว่นสายตา มีด และซองสีน้ำตาลปริศนา ยูชอนไม่เคยเข้ามายุ่งวุ่นวายกับของพวกนี้เลย คิ้วเรียวขมวดเล็กน้อยด้วยความสงสัยก่อนจะหยิบซองสีน้ำตาลนั้นขึ้นมาเปิดดู แค่กระดาษใบแรกที่หยิบขึ้นมาได้ก็ทำให้มันน่าสนใจเสียจนหยุดไม่อยู่ เมื่อสิ่งที่หยิบขึ้นมาดูนั้นคือภาพผู้หญิง ที่ได้ชื่อว่าเป็น‘แม่’ของเขา

ซองนั้นถูกเขย่าเทลงบนโต๊ะแก้วจนกระจัดกระจายไปด้วยกระดาษและภาพ กระดาษที่เต็มไปด้วยตัวหนังสือนั้นถูกสายตาคมไล่อ่านทีละบรรทัดอย่างตั้งใจ

ชื่อ ปาร์ค ยุนฮี

บันทึกล่าสุดวันที่ xx/xx/xx

(ไม่มีภาพ)

มีผู้พบเห็นหลังจากเกิดอุบัติเหตุรถชน เสียชีวิตคาที่

ไม่มีญาติ

 สรุปผล เสียชีวิตแล้ว

.........

ดวงตาคมเบิกกว้างก่อนจะเปิดเอกสารต่อไปที่อยู่ด้านหลังเพื่ออ่านทั้งหมด

.........

บันทึกล่าสุดวันที่xx/xx/xx

รูป  (รูปเดิม)

ชื่อ คิม ยุนฮี

อดีตภรรยา คิม โกโจ

เข้าการผ่าตัดศัลกรรมในวันที่ xx/xx/xx

รูป (หลังจากศัลกรรม)

ข้อมูลจาก โรงพยาบาล.......

แผ่นกระดาษสีขาวถูกวางลงอย่างช้าๆ ภายในสมองของเขากำลังปะติดปะต่อเรื่องราวต่างๆ

....แม่....

เอกสารชิ้นแรกลงวันที่เมื่อนานมาแล้ว ทำไมพ่อของเขาถึงเก็บสิ่งนี้เอาไว้? ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่แม่ของเขา? ทำไมพ่อถึงถูกฆ่า? ทำไมพ่อไม่ยอมบอกอะไรเขาเลย???? ....ทำไม....ทำไมกัน....  

ทำไมคนคนเดียวถึงได้เก็บเรื่องสำคัญไว้คนเดียวจนตัวตาย หรือถ้า...พ่อไม่ตาย..เราก็ไม่มีทางรู้...ไม่มีทางสนใจผู้หญิงที่คิดว่าทิ้งพวกเราไป

...ความจริงมันไม่ใช่....

แม่ไม่ได้ทิ้งพวกเราไป แต่แม่มาพบพวกเราไม่ได้อีกแล้ว ...แล้วคิม ยุนฮี คือใคร?...

มือหนารวบเอกสารทั้งหมดใส่เข้าไปในซองเช่นเดิม ....ยังไงก็แล้วแต่...ต้องรู้เรื่องทั้งหมดให้ได้....

ร่างสูงลุกขึ้นเพื่อลองค้นไปทั่วห้องเพราะอาจเจอสิ่งสำคัญที่พ่อเก็บไว้ก็ได้ รอบๆมีแต่หนังสือ ตั้งแต่จำความได้ พ่อเริ่มอ่านหนังสือด้วยตัวเองจนคล่อง และมักจะเข้ามาทำงานตอนดึกๆ ซึ่งเขาไม่เคยเข้ามาสนใจสิ่งเหล่านี้ 

กิ๊ง......กิ๊ง......กิ๊ง......  เสียงระฆังนาฬิกาที่กลางสวนตีบอกเวลาว่าเที่ยงคืนแล้ว ชายหนุ่มยืดตัวพร้อมกับหาวออกมาวอดใหญ่ก่อนจะตัดสินใจเข้านอนเสียก่อนเพราะมันดึกมากแล้ว เดี๋ยวจะตื่นตามจุนซูไปโรงเรียนไม่ทัน

     ร่างสูงเดินผ่านประตูห้องหนึ่ง ก็อดไม่ได้ที่จะหยุดชะงักลงและตัดสินใจไขกุญแจเข้าไป ภายในห้องนั้นมืดจนแทบมองไม่เห็นอะไร ตาคมกระพริบสองสามครั้งเพื่อปรับสายตาให้มองเห็นได้บ้าง แสงอันน้อยนิดตกกระทบลงบนผ้าห่มผืนหนาจนมองเห็นก้อนกลมๆนอนคุดคู้อยู่บนเตียงนุ่ม ร่างสูลทิ้งตัวนอนลงด้านข้างกายเล็กๆนั่นก่อนจะโอบกอดเบาๆเพื่อไม่ให้ร่างในอ้อมกอดรู้สึกตัว 
 
....ขอให้นาย...หลับฝันดี....
 
 
 
 
 
 
 
---------------------------------------------------------
 
หุหุ มาแว้ว หลังจากเบี้ยวไปหลายอาทิตย์
 
ใกล้ถึงจุดที่ไรเตอร์ชอบมากๆแล้วค่ะ><
 
และหวังว่าทุกๆคนจะชอบด้วย 
 
ตอนนี้คิดว่าฝีมือพัฒนาขึ้นมาแบบงงๆ   (ฉันทำได้ไง???)
 
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามมากๆเน้อ><
 

 

edit @ 28 Jan 2012 20:45:03 by jun