[FIC] 2 In 1 PART 3 - YOOSU

posted on 28 Nov 2010 00:07 by junjung-yoosu
 
 
ลืมกันหรือยังงงงงงงง
 
ใครจะอ่านตอน1 กับตอน2  เดี๋ยวไปแปะลิงค์ในสารบัญให้แล้วกัน^ ^
 
 
 
 
Title : [FIC] 2 In 1
Pairing : YooSu
Rate : NC17
By Rainbow story
 

 
 
 
 
2 in 1    Part 3
 
 
 
 
 
“ทำอะไรอยู่วะ ไอ้ปาร์คมึน  นี่กุรอมาสามชาติแล้วนะโว้ยย!!!!!”   เสียงใสตะเบ็งลั่นอย่างอารมณ์เสีย  คนตัวเล็กยืนรอลูกน้องที่สัญญา(ถูกบังคับ)ว่าจะพาไปซื้อกระเป๋าใบใหม่มาเป็นเวลาสองชั่วโมง   ถ้าเป็นคนอื่น แค่ครึ่งชั่วโมงแรกก็คงตัดใจไปแล้ว แต่นี่ใคร...นี่คิม จุนซูนะครับ...  ของฟรีดีๆไม่ได้หาได้ง่ายๆ  อย่างน้อยอีกสี่หรือห้าชั่วโมงต่อจากนี้มันคงจะโผล่หัวมา 


..นั่นไง...  ร่างสูงโปร่งกำลังวิ่งระหืดระหอบมาทางนี้พอดี  ตาเรียวสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้า....แม่เจ้าโว้ยยยย...ทำไมมันหล่องี้วะ...เสื้อเชิ้ตขาวใส่เน็คไทแล้วกระดุมถูกปลดออกสองสามเม็ดเผยให้เห็นไหปาร้าสวย


...เซ๊กซี่โดนใจคิมจุนจริงๆ-,,-   ด้วยความหล่อกระแทกตา คำด่าที่เตรียมไว้ทั้งหมดถูกกลืนลงคอไปโดยไม่รู้ตัว  


“ทำไมมาช้าจังวะ” ...คำที่จะพูดมันเหลือแค่นั้นจริงๆ...     ชายปาร์คโค้งตัวก้มหัวขอโทษ


“ขอโทษครับ  พอดี..เอ่อ...ผมตื่นสาย” 


“ไม่ได้อาบน้ำด้วยล่ะสิ”  นั่น..มันพยักหน้าอีก...นัดผิดคนปะฟร่ะ..


“แต่ผมแปรงฟันแล้วนะครับ”   ขอบพระคุณอย่างสูง..ที่อย่างน้อยก็ห่วงเรื่องมลพิษในอากาศ...คนตัวเล็กส่ายหัวระอาก่อนจะดึงคอเสื้ออีกคนให้เดินตามไปรอยังท่ารถ


“นี่ ไอ้ปาร์ค เอาตังค์มาป่ะ” ไม่พูดเปล่า มือซุกซนก็ฉวยหยิบกระเป๋าเงินของยูชอนจากกางเกงเนื้อดีทันที เปิดดูทุกอย่างสารพัด  และก็ต้องตาโต..เงินเยอะชิบหาย...  


“ปาร์ค  อย่างที่สัญญาไว้ แกต้องเลี้ยงฉันนะ”


“ครับ” จุนซูยิ้มหวานกระชากใจหนึ่งทีก่อนจะคืนกระเป๋าเงินให้แก่เจ้าของไป  รถโดยสารมาจอดเทียบ คนตัวเล็กก็ดึงมืออีกคนวิ่งขึ้นรถ    นับว่าเป็นสิ่งอัศจรรย์ของโลก...ชายปาร์คขึ้นรถประจำทาง!...  ยูชอนขึ้นได้ก็รีบวิ่งเข้าไปนั่งที่ริมหน้าต่าง จุนซูจิ๊ปาก ความจริงที่ติดหน้าต่างมันต้องเป็นเขาต่างหาก ไอ้บ้านี่แย่งไปเฉยเลย  แต่เห็นน่าตาเหมือนบ้านนอกเข้ากรุงก็ต้องยอมมันล่ะ  ก็เล่นทำตาโตเอาหัวยื่นออกไปด้านนอกส่องซ้ายส่องขวา ทำท่าโอเวอร์ซะขนาดนั้นนี่


“นี่ ไม่เคยขึ้นรถประจำทางหรือไง”


“ครับ  ทุกทีคุณพ่อบ้านจะขับรถสีดำๆให้น่ะครับ”


“หรอ”  จุนซูยิ้มเจื่อนๆ  ...รวยนี่หว่ามีพ่อบงพ่อบ้าน... 


เพียงไม่นานนักก็ถึงที่หมาย


...ห้างสรรพสินค้า..


...ตอนแรกจะมาตลาดนัด แต่เห็นเงินในกระเป๋าไอ้ปาร์คก็ต้องมาหาของที่ดีกว่าสิครับ..นี่ผมเกรงใจมันแล้วนะเนี่ย..


ทั้งสองเดินจูงมือ(เรียกว่าลากจะถูกกว่า)กันเข้าไปภายในห้าง  คนตัวเล็กลากแวะไปร้านนู้นร้านนี้ส่องดูกระเป๋าตามใจโดยที่มีทาสตัวสูงเดินตามไม่ห่าง   สุดท้ายก็มาหยุดอยู่ที่ร้านขายกระเป๋าแบรนด์เนมชื่อดัง  ตากลมจ้องกระเป๋าใบสวยสีน้ำตาลหนังแท้ไม่กระพริบ


“เอ่อ คือว่า ใบนั้นเท่าไหร่ครับ?” มือเล็กชี้ไปยังใบที่ต้องการ พนักงานสาวยิ้มให้ก่อนจะตอบ


“เจ็ดหมื่นสองพันวอนค่ะ” 


“เอาใบนั้นแหละครับ”  จุนซูตอบโดยไม่ลังเลผิดกับอีกคนที่หน้าเหวอไปเรียบร้อย มือหนาออกแรงสะกิดไหล่คนตัวเล็กแต่โดนสะบัดออกอย่างรำคาญ  จึงลองสะกิดอีกครั้งทำให้หมัดน้อยๆชูขึ้นมาขู่พร้อมกับถลึงตาใส่  เล่นเอาคนจ่ายต้องยอมจำนน


“จ่ายสดไหมคะ?” สมกับเป็นร้านแบรนด์เนม มีจ่ายแบบบัตรเครดิตด้วยแฮะ  จุนซูใช้ความไวล้วงกระเป๋าทาสตัวสูงแล้วหยิบบัตรเครดิตหนึ่งในสิบกว่าใบนั่นยื่นให้พนักงาน


“เอ่อ ใบเก่ามันราคาประมาณนี้หรอครับ” ยูชอนตัดสินใจเอ่ยถามออกไป  ใบหน้าหวานหันมาคิดพักหนึ่งก่อนจะตอบ ...ผมจะไม่โกหกนะ...


“อืม...ก็ประมาณนี้แหละ”  ...ผมคิดว่าผมจะไม่โกหก=[]=...ทำไมผมนิสัยเสียกับมันล่ะเนี่ย...ที่จริงผมไม่ใช่คนแบบนั้นนะ...ผมก็แค่อยากได้ของดีๆ..         


...ไม่เป็นไรหรอก..แค่ครั้งเดียวล่ะน่า...


เมื่อพนักงานคืนบัตรมาแล้ว จุนซูก็รีบจับเงินที่มียัดใส่กระเป๋าใบใหม่ทันที  ยูชอนเองที่เป็นคนรับบัตรเครดิตคืนจากพนักงานก่อนจะหันหลังเตรียมเดินแต่โดนมือเรียวดึงเสื้อไว้ซะก่อน


“แกจะไปไหน ไอ้ปาร์ค”


“กลับบ้าน”


“ห๊า  มาถึงห้างจะซื้อกระเป๋าอย่างเดียวหรอ  มานี่!!”  ว่าแล้วก็โดนลากไปยังโรงหนังซื้อบัตรเสร็จสรรพด้วยตังค์ปาร์ค เพียงแต่ยืนรอหนังฉายอีกไม่กี่นาทีเท่านั้น


“เรามาดูหนังเรื่องอะไรหรอครับ???” ยืนๆอยู่ ชายปาร์คถามด้วยความง่าว...ได้ข่าวว่ากุใช้เมิงไปซื้อนะไอ้ปาร์ค...


“เฮี้ยน5” แค่ได้ยินชื่อ ยูชอนก็ผงะถอยไปสามก้าว ว่าแต่ทำไมต้องสามก้าว==”


“เออ ได้เวลาเข้าโรงละ”


“เดี๋ยวก่อนครับ  หนังผีหรอ”


“ชื่อเหมือนหนังตลก?”  ไม่ทันจะได้คิดอะไรก็โดนคนตัวเล็กลากเข้าโรงหนังแถมยังบังคับให้นั่งอีกตะหาก  ในจอภาพฉายใหญ่ยักษ์ปรากฎโฆษณาหนังต่างๆนาๆ  บางครั้งก็โฆษณาหนังผี จุนซูแอบเห็นว่าไอ้ทาสข้างๆยกมือขึ้นมาปิดตาก้มหัวงุดๆ ...เหอๆ...อ่อนด๋อยว่ะ...แค่หนังผีก็กลัว...  จุนซูฉวยหยิบป็อปคอร์นที่ซื้อด้วยเงินคนข้างๆขึ้นมาเคี้ยวตุ้ยๆแล้วตามด้วยน้ำแป๊ปซี่  เมื่อหนังเริ่มดำเนินเรื่องยูชอนก็เงยหัวขึ้นมาดูตามคนปกติทั่วไป แต่พอผีโผล่ดันกระโจนมากอดคนตัวเล็กซะงั้น


“เฮ่ย ไอ้ปาร์ค ออกไปนะโว้ย”


“งื่ออ  ผมกลัวๆ”  ยิ่งเสียงกรี๊ดในหนังดังเท่าไหร่ไอ้ปาร์คก็ซุกอกเขาแน่นขึ้นเท่านั้น มือเล็กพยายามดันหัวอีกคนออกอย่างยากลำบาก ...มันจะกลัวอะไรนักหนาเนี่ย...สาวๆยังไม่ซุกถึงอกเลย...แล้วแกเป็นใครวะไอ้ปาร์ค!!!..


“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด   แฮ่!!!!”  เสียงในจอภาพยังคงเรียกความน่ากลัวต่อไป


“ไอ้ปาร์ค แหกตาดูดีๆสิ มันก็แค่หนัง!!!  ไอ้ปาร์ค ลุกสิวะ!!  บอกให้ลุก!!”  มัดเน้นๆต่อยเข้าที่ใบหน้าคม  จุนซูไม่ได้ใส่แรงเข้าไปเต็มที่แต่ก็ทำให้กระเด็นได้เหมือนกัน  ยูชอนนิ่งคาพื้นไปสองนาทีก่อนจะลุกขึ้นมากุมแก้มตัวเองพร้อมกับน้ำตาไหลปริ่มๆ  แม้จะอยู่ในความมืดแต่ก็พอมีแสงส่องให้เห็นใบหน้าเจ็บปวดสุดขีดของคนโดนต่อย 


“เฮ่ย ปาร์ค” 


“เจ็บ.....”


“เฮ้ย ขอโทษ อ้าว”  ชายปาร์ครีบหดตัวลงหันหลังหนีจอ อุดหูปิดเสียงเต็มที่ด้วยความกลัว ถึงจุนซูจะนึกสงสารมันขนาดไหนก็เสียดายตังค์(ที่ไม่ใช่ของตัวเอง)มากกว่า จึงนั่งให้ไอ้ปาร์คทนอยู่จนจบ  เมื่อหลุดออกมาจากโรงหนังแสนน่ากลัวนั้นได้ ยูชอนก็รีบวิ่งไปเข้าห้องน้ำอย่างรวดเร็ว จุนซูเดินตามอย่างอารมณ์ดีเข้าห้องน้ำไปบ้าง  ร่างเล็กหยุดที่หน้ากระจกแล้วทำเป็นเปิดก๊อกน้ำล้างมือก่อนจะมองไปรอบๆ   ช่องโถปัสวะแบบผู้ชายมีคนยืนอยู่เกือบเต็ม หนึ่งในนั้นก็มีไอ้ปาร์คด้วย  ...ให้ตายเถอะ ออกมาจากห้องหนาวๆมันก็ต้องปวดเป็นธรรมดา แต่ผมอายครับ...ยืนยันนะว่าผมเป็นผู้ชายทั้งแท่ง...แต่เรื่องแบบนี้ขอบายดีกว่า...  จุนซูตัดสินใจเข้าห้องเล็กๆแล้วล็อคประตูแทน มันมีความเป็นส่วนตัวดี


“จุนซูครับ ปวดอุจาระหรอ!! ท้องเสียหรือเปล่า!!” เสียงทุ้มซุปเปอร์จะคุ้นหูตะโกนดังลั่น ....จะตะโกนทำห่าอะไร!!!...


ร่างเล็กไม่ตอบอะไรกลับไปแล้วรีบๆจัดการให้เสร็จ มือเรียวปลดล็อคแล้วเปิดออกล้างมือด้วยความเร็วแสงก่อนจะกระชากยูชอนให้เดินตามออกจากห้องน้ำ


“ปาร์ค  โทษฐานที่แกทำฉันขายหน้า แกต้องพาไปเลี้ยงข้าวด้วย” โมเมเฉไฉเป็นเรื่องเป็นราว สุดท้ายชายปาร์คก็ต้องยอม


....ไม่น่าเป็นห่วงเลย==”....


“แต่ผมขอดูหนังก่อนนะครับ”


“จะดูอีกแล้วหรอ==” คราวนี้ยูชอนเป็นคนเลือกหนังเองบ้าง  ซื้อตั๋วปุ๊บก็เดินเข้าไปปั๊บ


“ดูเรื่องไรวะ”


“อัพ”


“การ์ตูนนี่หว่า  ไอ้ปัญญาอ่อน” การ์ตูนค่อยๆดำเนินเรื่อง จุนซูมองอย่างเบื่อหน่าย สิ่งที่ทำให้เค้าทนอยู่ตรงนี้ได้ก็มีแต่ขนมกับน้ำแปปซี่ข้างๆที่จะหยิบเท่าไหร่ก็ไม่ต้องเสียดาย(เพราะเป็นเงินปาร์ค)     ดูไปดูมา คนที่เพิ่งบอกว่าปัญญาอ่อนไปหยกๆเริ่มอินกับการ์ตูนจนน้ำตาเล็ด  เสียงสะอื้นน้อยๆทำให้ยูชอนหันไปสนใจ ...อ้าว..ไหนว่าปัญญาอ่อน..


“ยู..ชอน” เสื้อของจุนซูเต็มไปด้วยคราบน้ำตา  เรียกได้.ว่า เช็ดจนโชกนั่นเอง มือเล็กดึงเสื้ออีกคนมาซับแทนทำให้หัวกลมลงไปซุกตรงบ่ากว้างพอดี


“ทำไมต้องตายด้วยวะ..ฮึกก..อยากมีลูกก็มีไม่ได้..ฮืออ” 


“ดูดีๆสิ มันก็เป็นแค่การ์ตูนน่ะครับ”  ...คำนี้คุ้นๆว่าเคยใช้ไปแล้วนี่หว่า....จุนซูทุบอกไอ้คนซื่อกวนทีนไปหนึ่งทีด้วยความหมั่นไส้


“ฮึกก ปาร์ค อย่าเอาไปบอกใครนะ...ว่าฉันร้องไห้น่ะ...” ยูชอนลูบหัวกลมอย่างอ่อนโยน  ทั้งที่ทำไปเพราะเวลานั้นสมควรจะทำ แต่คนถูกกระทำกลับรู้สึกไปเสียมากมาย


“ปาร์ค พอแล้ว ฉันไม่ใช่เด็กนะ ลูบอยู่ได้”  ยูชอนเอามือออก  เมื่อการ์ตูนเริ่มเข้าสู่ความตลกก็เปลี่ยนบรรยากาศรอบๆ จุนซูนั่งดูปราศจากความเบื่อหน่ายโดยไม่รุ้ตัว    เมื่อการ์ตูนจบทุกคนก็พากันทยอยออก


ทั้งคู่พากันไปทานอาหารโดยมีเจ้ามือเจ้าเก่าเป็นยูชอนคนหล่อ  เมื่อนำอาหารมาวางบนโต๊ะและนั่งคนละฝั่งเสร็จเรียบร้อย  คนตัวเล็กก็ถามคำถามคาใจ


“ปาร์ค ถามไรหน่อยดิ ฉันคิดไว้นานละ” สีหน้าจุนซูดูจริงจังมากจนยูชอนตั้งใจฟังอย่างแน่วแน่


“อะไรหรอครับ”


3...


2...


1...


“แกชอบฉันใช่มะ” กินข้าวอยู่ดีๆแทบพุ่ง 


“เปล่าครับ ผมไม่ได้ชอบ!!!”  ยูชอนปฎิเสธพัลวัน ...อะไรทำให้คิดแบบนี้ครับ!!.... จู่ๆจุนซูก็ลุกขึ้นมาตบโต๊ะเสียงดัง