Title :[FIC] ตกหลุมรักจนได้ นายซื่อบื้อ
Pairing : YooSu
Rate : ????
By Rainbow story



“เฮ้ออออออ” ชายหนุ่มร่างบางในชุดนักศึกษาสีขาวแขนยาวทรุดตัวนั่งลงอยู่กับฟุตบาทหน้าสำนักงานใหญ่ที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโซลอย่างเหนื่อยล้า  เส้นผมปะบ่าสีน้ำตาลอ่อนพลิ้วไปตามแรงลมของรถที่วิ่งผ่านไป   การแข่งขันเอาเกรดเฉลี่ยต่อสู้กันนั้นทำให้เขาตกงาน  เพราะสมองก็ไม่ค่อยดี  เงินก็แทบไม่มี   แค่เสียเงินขึ้นรถไปหาที่สมัครงานในแต่ละวันก็ทำให้เขาแทบจะกินแกลบ  แถมเศรษฐกิจเดี๋ยวนี้ก็ไม่อำนวย  ทำให้นักศึกษาที่พึ่งจบมาหมาดๆอย่างเขาพลอยเสียงานไปด้วย ..ยิ่งคิดก็ยิ่งกลุ้ม..ไม่รู้ว่าหนึ่งเดือนต่อจากนี้จะได้งานหรือเปล่า..

       ร่างเล็กๆตัดสินใจลุกขึ้นยืนแล้วเดินอ่อยๆไปตามขอบถนน  ...อย่างน้อย..ก็ประหยัดค่ารถไปได้อีก 1 วัน...  เส้นทางจากห้องเช่าจนถึงสำนักงานนี้ห่างกันประมาณ 3 กิโลกว่าๆเอง  ในมือเล็กนั้นถือเอกสารมากมายเตรียมมาสมัครงานแต่พอโชว์เกรดเฉลี่ย 1.98 ของเขาแล้วก็ไม่มีใครอยากรับเข้าไปช่วยในสำนักงานสักราย 

 เท้าเล็กมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องเช่าเล็กๆราคาถูกๆห้องหนึ่ง เขาไขกุญแจก่อนจะเดินเข้าไปแล้วทิ้งตัวลงนอนกับพื้นที่ปูผ้านวมไว้อย่างเหนื่อยล้า  ขาเรียวแทบหมดแรง เสื้อตัวบางมีเหงื่อไหลออกเหมือนโดนสาดน้ำมาก็มิปาน

 คิม จุนซู ชายหนุ่มร่างเล็ก อายุ 23 หมาดๆ เรียนจบคณะการบัญชี ใบหน้าหวานน่ารักมากกว่าผู้ชายทั่วๆไป  ความขยันเป็นเลิศ แต่สมองของเขามันไม่เอื้ออำนวยเอาเสียเลย แถมตอนเด็กๆยังมีปมด้อยที่เพื่อนล้อจนทำให้เขาเรียนไม่รู้เรื่องอีกต่างหาก  พื้นฐานในการเรียนเขาไม่ดีมาตั้งแต่ตอนนั้น  เขาเป็นเด็กกำพร้ามาตั้งแต่จำความได้ ดีที่ยังมีครอบครัวจำเป็นรับเขาไปเลี้ยง ตอนนี้ครอบครัวนั้นเหลือเพียงลูกชายที่เขานับถือเป็นพี่เพียงคนเดียว  ส่วนคุณพ่อเลี้ยง แม่เลี้ยงนั้นได้เสียชีวิตไปด้วยโรคชราทั้งคู่  ทำให้เขาและพี่ชายต้องระเห็จกันออกไปทำงานเอง 

            พี่ชายเขาส่งเรียนจนจบแล้ว ป่านนี้เขายังหางานไม่ได้เลย   ตอนเด็กๆต้องพึ่งครอบครัวนี้  โตมาแล้วก็ยังต้องพึ่งอยู่  ทำให้จุนซูนึกเสียใจที่ยังยืนด้วยขาตัวเองไม่ได้เสียที  ผู้ที่เขาจะตอบแทนได้เหลือเพียงคนเดียวแล้ว  

...ถ้ามีงานง่ายๆ เงินเยอะๆก็ดีสินะ...   และนั่นก็คงเป็นแค่ฝัน มีงานที่ไหนได้เงินง่ายๆถ้าไม่ลงแรงกายกับสมอง

เปลือกตาบางค่อยๆปิดลง เขาได้แต่หวังว่า พรุ่งนี้จะได้งานสักที  ถ้าหาไม่ได้จริงๆเขาคงจะเลือกทำงานที่ร้านกาแฟเหมือนเดิม  ถึงจะได้เงินน้อย แต่ก็ยังถือว่าได้บ้างแล้วกัน   ชีวิตของเขาไม่ได้ต้องการอะไรมากมายเลย  แค่ขอให้มีงานทำ  และมีเงินไปแบ่งพี่ชายที่แสนดีเร็วๆเท่านั้นเอง   เขาเกรงใจจนแม้แต่วันนี้ได้กินข้าวมื้อเดียวก็ไม่ปริปากโทรไปขอเงินพี่ชายคนนั้นแม้แต่แดงเดียว

...วันนี้ได้กินข้าวก็พอใจแล้ว...

...เมื่อไหร่จะได้งานเร็วๆนะ...

.

.

.

.

.

เมื่อ 20 นาทีที่แล้ว



ถนนใหญ่สายหลักของกรุงโซลที่ทอดยาวไปไกลนั้นเต็มไปด้วยรถของผู้มีอันจะกินมากมายมาจอดติดกันอยู่ที่ไฟแดง หนึ่งในนั้นมีรถสปอร์ตคันหรูจอดอยู่ด้วย  ชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของใช้นิ้วเคาะที่พวงมาลัยรอสัญญาณไฟด้วยความเบื่อหน่าย  ...เวลารีบทำอะไรมักจะติดไฟแดงทุกทีสิน่า!!...

    เบื้องหน้ามีชายคนหนึ่งกำลังจะข้ามถนนพอดี  ชายร่างเล็กคนนั้นแสนจะคุ้นตาเอามากๆ  ชายคนนั้นข้ามใกล้รถมากซะจนเขาเห็นชัดเต็มสองลูกตา   

...คิม จุนซู...  

เพื่อนสมัยเด็กที่ไม่ได้เจอกันนาน  จะเรียกว่าเพื่อนก็ไม่เชิงหรอก  เพราะเขาเป็นฝ่ายรังแกตลอด

...ก็หมอนั่นตัวเล็กน่ารักน่าแกล้ง...  ถึงเรื่องในตอนนั้นยังเป็นสมัยเด็ก  แต่ตอนนี้เขาก็ยังไม่รู้สึกว่าโตขึ้นแต่อย่างใด     ก่อนที่จะคิดไปนานกว่านี้ รถที่อยู่ด้านหลังนั้นบีบแตรไล่เสียแล้ว เหม่อจนไม่รู้ว่าไฟเปลี่ยนเป็นสีเขียวตั้งแต่เมื่อไหร่กัน  เสียงบีบแตรไล่เริ่มรัวขึ้นจนต้องออกรถด้วยความเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ 

        ปาร์ค ยูชอน ชายหนุ่มรูปงามเป็นที่ต้องตาต้องใจของสาวๆ อายุ 23ปี  เรียนจบคณะบริหารธุรกิจมาเพราะพ่อเขาหวังมอบตำแหน่งใหญ่ของบริษัทให้   แค่นั้นยังไม่พอ  ตอนนี้เขาก็ยังเรียน ภาษาอีก 4ภาษา และฝึกดูหุ้น เพิ่มเติมไปอีกด้วย

              รถคันงามลดความเร็วทีละนิดจนจอดลงในที่สุด ชายหนุ่มรีบหยิบซองสีน้ำตาลแล้วเปิดประตูวิ่งขึ้นตึกสำนักงานใหญ่ด้วยความรีบร้อน ผมสั้นสีดำสนิทยุ่งเหยิงไปหมดเพราะยังไม่ได้เซ็ตใดๆทั้งสิ้นเพราะต้องรีบ  ซองในมือเขามีเอกสารสำคัญมากมายที่พ่อของเขาจะใช้ประชุมในวันนี้   แล้วตอนนี้ก็เลยเวลาประชุมมา 10 นาทีได้แล้ว หน้าที่ของเขาคือต้องนำเอกสารไปให้พ่อเขาก่อนเข้าประชุมเสียด้วย 

...ซวยแน่เลย...

ทันทีที่ลิฟเปิดขึ้นก็พบกับชายแก่ส่งใบหน้าถมึงทึงมาให้  ยูชอนรีบก้มหัวรับความผิดต่อบิดาของตน

“แกมันไร้ความรับผิดชอบ!”  มือเหี่ยวย่นฉวยซองสีน้ำตาลมาก่อนจะฟาดลงใบหน้าคมเต็มแรงจนเซหันไปด้านหนึ่ง สายตาโกรธเกรี้ยวมากมายถูกส่งมาให้ชายหนุ่มก่อนที่ผู้เป็นบิดาจะเดินหายลับเข้าไปในห้องประชุม 

...สมควรแล้วล่ะ...

สมควรแล้วที่โดนแบบนี้ นั่นก็เพราะว่าพ่อเขาเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็กๆแล้ว  แค่โดนตบครั้งเดียวไม่ตายหรอก  มากกว่านี้ยังไม่เห็นจะเป็นอะไร  เขามันเป็นลูกไม่ดีเอง  เรียนก็ไม่ได้อย่างที่พ่อต้องการ  วันๆเอาแต่กินกับนอน งานการไม่ต้องทำมากเหมือนที่พ่อทำ  เขาไม่ได้ครึ่งของพ่อเลยด้วยซ้ำ  เลี้ยงมาได้ขนาดนี้ก็บุญแล้ว  

...พ่อพูดแบบนี้เสมอ... 

...มันก็คงเป็นแบบนั้นจริงๆ...

ชายหนุ่มเดินอ้อยอิ่งเข้าลิฟไปทั้งที่ใบหน้านั้นยังมีรอยฝ่ามือแดงก่ำติดอยู่  รถสปอร์ตเคลื่อนตัวออกไปจากสำนักงานเพื่อนมุ่งหน้าสู่ทางกลับบ้านหลังใหญ่  ที่ไม่ว่าจะเปิดประตูเข้าไปกี่ครั้งก็มีแต่ความเวิ้งว้าง ว่างเปล่าอยู่เสมอ

 ...ถ้าพ่ออยู่ด้วยก็คงจะดี...  ความรัก ความอ่อนโยนจากพ่อไม่เคยซาบซึมลงไปในกายเขาเลย  ไม่เคยมี  ส่วนแม่ของเขา ที่ตอนนี้ย้ายไปอยู่ที่ไหนแล้วก็ไม่รู้  ..แม่เท่านั้น ที่เคยให้สิ่งนี้...   

...แล้วเมื่อไหร่แม่จะกลับมาสักทีล่ะ...

ชายหนุ่มปิดประตูห้องนอนของตนแล้วล็อคไว้ทั้งที่ไม่มีใครสามารถเข้ามาได้อยู่แล้ว

...ขนาดพ่อตัวเองยังไม่อยากเข้ามาเลยนี่...   ร่างสูงทิ้งตัวลงนอนกับฟูกเตียงพร้อมกับบิดขี้เกียจให้สมกับเป็นวันหยุดในรอบ 5 เดือน ที่วันทั้งวันแทบไม่ต้องทำอะไรเลย   มือหนาหยิบหนังสือเกี่ยวกับการตลาดขึ้นมาอ่านทบทวนอีกครั้งก่อนจะปิดเปลือกตาลงไปกับความเหงานั้น

.

.

.

.

.

อีกด้านหนึ่งของเมือง ในห้องเช่าเล็กๆ เปลือกตาบางค่อยๆเปิดขึ้นและเหลือบไปเห็นนาฬิกาที่แขวนอยู่บนฝาผนังชี้บอกเวลาว่า 6 โมงเย็นแล้ว ก็ลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวเสียใหม่  ดวงตากลมจ้องลงไปที่ตะกร้าเก็บของ

...อ่า ผงซักฟอกหมดซะแล้ว...เงินก็จะหมดแล้วด้วย..ทำยังไงดี...  ระหว่างที่คิดอยู่นั้น  เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นพร้อมๆกับเสียงตะโกนเรียกจนเขาต้องรีบวิ่งไปเปิด   แง้มประตูเพียงนิดเดียวก็โดนกระโจนเข้ามากอด

“จุนซู  คิดถึงนายจังเลย  เป็นยังไงบ้าง”

“พี่..แจจุง..เอ่อ..ก็ดีฮะ”    หนุ่มหน้าสวยคนนี้เป็นพี่ชายเขาเอง ที่มาเยี่ยมจากต่างจังหวัด  แจจุงเดินเข้าไปวางข้าวของที่ซื้อมาฝากลงบนโต๊ะอาหารจนเต็ม

“พี่เอาของที่นายชอบมาด้วยนะ  แต่นแต๊นน”  มือสวยหยิบถุงขนมขึ้นมา มีเค้กราคาแพงรสช็อคโกแล็ตที่เขาชอบจริงๆด้วย  ปีๆนึงถึงจะได้กินสักชิ้น  แต่ราคาแพงจนไม่กล้ากินเลยล่ะ สำหรับคนอย่างเขา  ตอนนั้นในวันเกิด แจจุงซื้อมาฝากแล้วชอบมากก็เลยติดว่าเป็นของโปรดจนถึงทุกวันนี้ 

“คิดถึงพี่แจจุงจังเลยฮะ”  

“โอ๋ อย่าร้องนะ พี่ก็มาแล้วนี่ไง”  แจจุงเอ่ยดักไว้ก่อน เพราะเขามาทีไรจะร้องไห้ทุกที ..เด็กคนนี้นี่น่ารักจริงๆ..  น้ำใสที่กำลังจะเอ่อก็หายไปในพริบตา   แจจุงซื้อทั้งเสื้อผ้า ของกิน ของใช้มาให้มากมาย  แถมยังเอ็นดูเขา เขาจึงรักเหมือนพี่ชายแท้ๆเลยล่ะ

“พี่แจ ขอโทษด้วยนะฮะ  ผมยังหางานไม่ได้เลย” 

“ไม่เป็นไรๆ  คนดีๆ ขยันๆ อย่างจุนซูน่ะ  สักวันจะต้องได้งานดีๆทำแน่”  พี่ชายเอ่ยเป็นกำลังใจจนใบหน้าหวานยิ้มแก้มแฉ่ง

“นี่ๆ วันนี้ที่นี่มีงานไม่ใช่หรอ   เห็นเค้าว่าจะมีของขายเต็มไปหมดเลยนี่  เราไปเดินซื้อของกันเถอะ”  พูดถึงเรื่องเที่ยวแล้วจุนซูหน้าสลดลงทันที...ก็เขาไม่มีเงินจะเที่ยวแล้วนี่นา...

“เดี๋ยวพี่เลี้ยงเอง”  ว่าแล้วคนตัวเล็กก็ถูกลากไปด้วยจนได้

.

.

.

.

.

ท่ามกลางแสงไฟหลากสีในยามค่ำคืนต่างมีผู้คนมาเดินเที่ยวชมงานมากมาย  มากจนแทบจะเบียดกันเป็นปลากระป๋อง  ร่างเล็กเดินดูนู่นดูนี่ ถึงจะมีของที่ถูกใจก็ไม่กล้าเอ่ยปากออกไป  เพราะเกรงใจพี่ชายที่ซื้อของให้เขามากมายแล้วยังต้องซื้อของที่ไม่จำเป็นพวกนี้อีก

“จุนซู  ไม่อยากได้อะไรหรอ”

“ก็...ดูไปเรื่อยๆ” ถึงปากจะพูดแบบนั้นแต่ตาจ้องกล่องดนตรีรูปเปียโนไม่วางตา  แจจุงรู้ทันจึงชี้ไปที่สินค้าชิ้นนั้นทันที

“ราคาเท่าไหร่ครับ”

“7800วอน”