Title :[FIC] ตกหลุมรักจนได้ นายซื่อบื้อ
Pairing : YooSu
Rate : ????
By Rainbow story


ในช่วงเย็นของโรงเรียนชั้นประถมชื่อดังแห่งหนึ่ง   เด็กๆต่างพากันต่อแถวเพื่อรับของว่างก่อนกลับบ้าน  เด็กน้อยคิม จุนซูเองก็มารับของว่างให้เหมือนเพื่อนๆ  แววตาสุกใสเป็นประกายจ้องมาที่เค้กช็อกโกแล็ตของว่างที่ว่าไม่กระพริบ

“นี่  ขอแทรกนะ”  เสียงของเด็กชายอีกคนดังอยู่ข้างหลังก่อนที่จะย้ายมาอยู่ข้างหน้าจุนซูแทน  คิ้วเรียวขมวดขึ้นอย่างไม่พอใจ แต่ทำได้เพียงไม่นานนักเมื่อความสนใจถูกเบนไปทางถาดขนมเค้กน่าทานที่ถูกยื่นมาตรงหน้า

“คนต่อไป  ยูชอนหรอ  ไปนั่งทานดีๆนะจ๊ะ” พี่เลี้ยงสาวพูดหวานๆและพยายามกำชับก่อนที่จะส่งเค้กให้
และชิ้นต่อไปของจุนซูซึ่งเป็นเด็กชายตัวเล็กและโดนแกล้งเสมอๆจนอดสงสารไม่ได้

“จุนซู...ถ้ามีใครแกล้งก็มาฟ้องพี่ได้นะจ๊ะ”

“ฮะ....”

“นี่ เค้กช็อคโกแล็ต ไม่เหมาะกับคนอย่างนายหรอกนะ เอามาให้ฉัน” พูดไม่ทันขาดคำ  ยูชอนก็ฉวยขนมในมือจุนซูเข้าปากตัวเองต่อหน้าต่อตาพี่เลี้ยง  

“ยูช๊อน  ไปทำแบบนั้นได้ยังไง  ขนมมีจำนวนจำกัดนะคะ”

“ก็จุนซูไม่สมควรได้ทานนี่ครับ” พูดไปก็เคี้ยวไป

“จุนซูไม่สมควรตรงไหนล่ะคะ  พรุ่งนี้ขนมของยูชอนจะต้องเป็นของจุนซูนะ”

“ผมจะเอาเรื่องนี้ไปฟ้องพ่อ”  พี่เลี้ยงถึงกับเงียบกริบ  ไม่นึกว่าเด็กตัวเล็กแค่นี้จะรู้จักอ้างพ่ออ้างแม่ได้เสียขนาดนี้ แต่ในใจก็นึกสงสารเด็กชายคิมตัวเล็กที่ถูกแกล้งบ่อยๆ  เมื่อหันไปมองก็พบแววตาน่าสงสารที่มีน้ำใสเอ่อล้นอยู่ส่งมาให้จนต้องรวบมากอดปลอบ

หารู้ไม่ว่าเด็กชายนิสัยไม่ดีได้แต่มองด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจอย่างที่สุด

........ใครๆ ก็รักจุนซู.......... 

.
.
.
.
.
ในห้องเช่าราคาถูก ร่างบางนั่งจดจ้องอยู่กับกระดาษตารางงานทีได้มาวันแรก  ในกระดาษนั้นมีลายมือยุกยิกแทบอ่านไม่ออกของผู้ที่เป็นทั้งเพื่อนทั้งศัตรูและเจ้านายปรากฏอยู่ 

ตารางงานคนโง่ คิม จุนซู

6โมงเช้าต้องมาปลุกปาร์ค ยูชอนที่ห้อง และต้องปลุกจนกว่าจะตื่นให้ได้ ห้ามเกิน6โมง5นาที

^ เตรียมเสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัวแล้วนั่งรอหน้าห้องน้ำ

เป่าผม  เช็ดผม  เปลี่ยนผ้าปูเตียง ปลอกหมอน เอาไปกองไว้ที่ห้องซักผ้า

แล้วนำผ้าใหม่จากห้องผ้ามาตึงปูให้เรียบร้อย

ห้ามให้ใครเข้าห้องของปาร์ค ยูชอนโดยพละการ

ถ้าปาร์คยูชอนเข้านอนแล้ว ต้องเช็คไฟ หน้าต่าง เครื่องเล่นเพลง ทีวี ประตูห้องน้ำ ห่มผ้า

อื่นๆ รอคำสั่งจากปาร์คยูชอนคนเดียว!!!

*ข้อนี้สำคัญมากๆ  ห้ามให้พ่อของฉันเห็นตัวนายเป็นอันขาด!!!!


                                                      จาก เจ้านายสุดหล่อ


“เฮ้ออออ....” ร่างบางถอนหายใจยาวก่อนวางใบกระดาษลงบนโต๊ะ คิดว่าจะได้งานสบายๆ แต่ก็ไม่ง่ายเลยที่จะทำตามใจเจ้านายที่เคยเป็นศัตรูมาก่อน

...นิดๆหน่อยๆก็ว่า...นิดๆหน่อยๆก็ดุ....

“จุนซูเริ่มท้อแล้ว...ฮึกก...”

“ไม่เคย...ทำอะไร...ดีสักอย่าง....ฮึก...”

หัวใจดวงน้อยที่เปล่าเปลี่ยวเดียวดายกำลังอ่อนแอลง หากแต่ไม่รู้จุดหมายปลายทางที่แท้จริง

หวังเพียงให้ใครสักคนเข้าเติมเต็มจนเข้มแข็งเสียที..

.

.

.

.

จิ๊บ...

จิ๊บๆๆ

พรึ่บ!  นกน้อยที่พากันส่งเสียงร้องในยามเช้าต่างแตกตื่นบินกระจัดกระจายไปคนละทิศละทางเพราะเสียงอึกทึกครึกโครมในบ้านหลังน้อย

เคร้ง!!

ปัง!

โครมมมม!!

“โอ้ยยยยยยยยยยย.....เจ็บอ่า!!!!T[]T” มือขาวกุมหัวเข่าตัวเองเพราะเดินสะดุดทางเข้าประตูห้องน้ำจนล้มก้นแฉะไปด้วยน้ำที่เจิ่งนองบนพื้นกระเบื้อง 

วันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่จุนซูตื่นสายไปทำงานไม่ทันเวลาจนเร่งรีบ พาให้เร่งรีบไปหมดทุกสิ่งอย่าง แต่ไม่อาจฝืนนิสัยเปิ่นๆของตนเองได้  และเพียงแค่หันไปมองนาฬิกาก็มีแรงฮึดยันตัวลุกขึ้นทันใด

“แปดโมงแล้วๆๆๆๆ  อ๊ากกกกกกกกกกกกกกก” เสียงโลมาแผดลั่นวิ่งวุ่นราวกับถูกไฟลน ...ข้าวเขิ้วไม่กินแล้ว!...

มือน้อยรีบขยำถุงเท้าใส่กระเป๋ากางเกงและสวมรองเท้าอย่างลวกๆก่อนจะติดสปีทออกไปหน้าปากซอย 

เงินที่ยูชอนให้มาเมื่อวานนั้นมันมากอยู่ก็จริง มีเงินอยู่ในมือ แต่แถวนี้ไม่ค่อยมีรถแท็กซี่วิ่งมาเลยนี่สิ! เวลารีบทีไรเหมือนทุกอย่างรอบๆตัวตั้งใจสโลโมชันลงอย่างน่าโมโห

..โอ๊ะ... ในที่สุด โชคชะตาก็เข้าข้าง สายตาโลมาระยะสามร้อยเมตรเห็นรถแท็กซี่หลังไวๆวิ่งมาแต่ไกล พอรถเริ่มเคลื่อนตัวมาในระยะประชิด สายตาก็พาไปเห็นป้ายที่วางอยู่หน้ารถ ในป้ายสีขาวมีคำว่า “เต็ม” เขียนอยู่ตัวเบ้อเร่อทำให้ต้องหยุดความคิดไป

มือเล็กยกขึ้นมาปาดเหงื่อตามขมับ ขาสั้นๆคู่นั้นยืนนิ่งๆรอรถเป็นเวลาเกือบสามสิบนาที  และในที่สุด โชคก็เข้าข้างจริงๆ จุนซูรีบวิ่งไปโบกมือที่ริมถนนก่อนที่รถแท็กซี่คันนั้นจะจอดเทียบฟุตบาท

ถึงรถจะไม่ได้ติดป้ายว่า เต็ม ก็จริง แต่ภายในรถมีผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่  จุนซูรู้ตัวว่าคงช้ากว่านี้ไม่ได้แล้ว ถึงแม้จะเกรงใจอยู่บ้าง แต่ก็ต้องเข้าไปนั่ง ข้างๆผู้หญิงคนนั้นมีของพะรุงพะรังเต็มไปหมด ในมือของเธอก็ถือโทรศัพท์คุยอยู่  เสียงสนทนาสี่หลอดเล็ดเข้ามาในหูบางเต็มๆ

“คุณแม่คะ  ไม่ต้องส่งคนมาแล้วนะคะ หนูนั่งรถแท็กซี่กลับเองแล้ว.............ก็คุณแม่ชักช้านี่คะ หนูเบื่อที่คุณแม่เป็นแบบนี้...........บอกแล้วไง หนูไม่อยากได้รถ  ไม่ต้องซื้อมานะคะ........”

จุนซูหดตัวลีบแทบจะแบนติดกับประตูรถก่อนจะเอนตัวไปข้างหน้าคุยกับลุงคนขับอายุราวๆ40ปี

“เอ่อ....ลุงฮะ....ผมจะไปที่XXX เท่าไหร่หรอฮะ”

“5643วอนถ้วน” หลังเสียงคุณลุงพูดจบ ถ้าเป็นเมื่อก่อน จุนซูคงจะนึกว่า ทำไมแพงจัง แต่ตอนนี้เขาทำงาน มีเงินแล้ว แค่ค่าแท็กซี่หยิบจ่ายได้สบายๆมาก  มือน้อยๆล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง  ...แต่เอ๊ะ...เราเก็บไว้ตรงนี้นี่นา...

จุนซูล้วงทั้งกระเป๋าซ้าย กระเป๋าขวา กระเป๋าเสื้อ จนนึกขึ้นได้ว่าวางทิ้งไว้บนเตียง ก็ต้องใช้มือเคาะกะโหลกตัวเองหนึ่งที

...โธ่เอ๊ย...ไม่มีอะไรเป็นใจสำหรับจุนซูเลยจริงๆ

หัวกลมค่อยๆหันไปมองหญิงสาวข้างๆ ที่ดูเหมือนเธอจะคุยยังไม่เสร็จ

“คุณ...คุณฮะ...”

“คุณแม่ไม่เข้าใจหนูหรอก.....”

“คุณฮะ ผมขอยืมเงินจ่ายค่ารถได้ไหมฮะ” จากที่หญิงสาวคนนั้นทำหน้าเครียดๆ ได้หันเหสายตามามองที่จุนซู รถแท็กซี่ก็ค่อยๆชะลอและหยุดลง หญิงสาวคนนั้นเปิดประตูและหยิบถุงยี่ห้อแบรนด์ดังออกไปจนหมดก่อนจะเปิดกระเป๋าเงินและหยิบกระดาษเป็นปึกอย่างลวกๆโยนเข้ามาที่เบาะด้านข้างร่างเล็ก

“แม่คะ..แปปนึงนะคะ.....อะ..ฝากจ่ายด้วย”

ปัง!  เสียงประตูรถปิดดังลั่นด้วยอารมณ์โทสะของสาวผู้นั้นทำให้ร่างเล็กแทบหยุดหายใจไปชั่วขณะ

....ถึงจะอารมณ์ร้อนไปหน่อย แต่ก็ใจดี....

...ผมจะไม่ลืมพระคุณเลยจริงๆ><....

จุนซูมีเงินจ่ายค่ารถ แถมยังได้ตังค์ทอนมาเยอะแยะอีกต่างหาก ไม่รู้จะชดใช้บุญคุณนั้นยังไง แต่จะจดจำใบหน้าของหญิงสาวคนนั้นไว้ ถ้าได้เจอกันอีก จุนซูจะต้องตอบแทนบุญคุณแน่ๆเชียว

หลังจากลงจากรถ เท้าเล็กๆก้าวมายังรั้วของบ้านหลังใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า เพียงแค่มองดูก็ต้องหยุดนิ่งถอนหายใจ

“มาหาใครครับ?” ชายวัยกลางคนใบหน้าเหี่ยวย่นเล็กน้อยในชุดยามมองจุนซูตั้งแต่หัวจรดเท้า จุนซูในชุดนักศึกษาแต่ในกระเป๋ากางเกงตุงไปด้วยถุงเท้าที่ห้อยออกมาให้เห็นด้านนอก ซึ่งไม่เป็นที่น่ามองนักสำหรับหน้าบ้านผู้ลากมากดี ทำให้ชายคนนั้นมองจุนซูแปลกๆ

“ผมมาทำงานฮะ”

“ไอ้หนู งานอะไร?”

“ก็เป็นคนใช้ของยูชอนไงฮะ” ยามทำหน้างงมากกว่าเดิม เพราะจุนซูเพิ่งมาได้ไม่กี่วัน เขาจึงไม่คุ้นหน้านัก แต่ยังไงก็คงให้คนแปลกหน้าเข้าบ้านไม่ได้อยู่ดี

“ลุงไม่เห็นเคยได้ยินเลย  มาผิดบ้านหรือเปล่า”

“เปล่านะฮะ ลุงให้ผมเข้าไปเถอะ ตอนนี้สายมากแล้ว=[]=”

“มาแปลกหน้ายังงี้จะให้เข้าไปสุ่มสี่สุ่มห้าได้ไงล่ะ”

“โธ่ คุณลุง ไม่เชื่อก็ไปถามยูชอนสิฮะ”  มือเล็กปาดเหงื่อ คิ้วเรียวเริ่มขมวด ความเครียดเพิ่มเป็นสองเท่าเมื่อคุณลุงตรงหน้าไม่ยอมเชื่อสักที แถมยังจ้องเขาเหมือนเป็นคนแปลกหน้ามากขึ้นๆ

“ถามไม่ได้หรอก ตอนนี้คุณชายยูชอนไม่อยู่บ้าน”

“อ้าว!!! แล้วไปไหนล่ะฮะ”

“ไม่รู้เหมือนกัน” ลุงคนนั้นบอกเสร็จก็จ้องร่างบางด้วยความไม่ไว้ใจ  จุนซูทิ้งตัวนั่งลงพิงรั้วสีเงินอย่างหมดอาลัยตายอยาก

“ไอ้หนู จะรอหรอ”


“รอได้ฮะ...” ร่างบางนั่งอยู่กับพื้นปูนเป