[SF]เหตุเกิดเพราะ....? (2/2)

posted on 01 Jan 2014 17:03 by junjung-yoosu

Title :[SF]เหตุเกิดเพราะ....?
Pairing : YooSu
Rate : NC 18+
By Rainbow story

 

“ยูชอน....ฉันจริงจังมากนะ....เมื่อคืนน่ะ...ฉันกับนาย....เราได้มีเซ็กส์กันป่ะ?”
 

“หืม?........” คำถามนั้นทำเอาร่างสูงหยุดคิดไปชั่วครู่ นึกสนุกอยู่ไม่น้อยที่ตากลมจ้องกลับมาอย่างคาดหวัง

“ก็....ไม่รู้สินะ....หึหึ...”  รอยยิ้มของยูชอนทำให้ร่างบางแทบอยากจะตั๊นหน้า เขารู้ว่ายูชอนจงใจกวนเบื้องล่างแต่คำตอบไอ้หมอนี่มันบอกชัดๆว่ามีเอี่ยวจริง

“....ยังไงก็เถอะ...นายช่วยทำเป็นลืมๆได้ไหม” คงเป็นครั้งแรกที่จุนซูจะเอ่ยคำขอร้องต่อไอกุ๊ยไร้อนาคตนี่ ....ก็เขามันมีอนาคตนี่นา....  ว่ากันตามจริงถึงเขาจะตกใจที่มันเกิดขึ้น แต่ก็เตรียมตัวเตรียมใจไว้แล้วเพราะเหตุการณ์มันเหมือนจริงเหลือเกิน

“จะให้กระผมลืมเรื่องที่ถาม  หรือลืมเรื่องเมื่อคืนกันแน่ล่ะ”

“จิ๊...ก็ทุกเรื่องนั่นแหละ” จุนซูจิ๊ปากให้กับความกวนบาทาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

“ถ้าอยากให้ลืมจริงๆล่ะก็ เพิ่มคะแนนความประพฤติฉันให้เท่ากับของคุณท่านประธาน มาเป็นเบ๊ให้ฉันหนึ่งวัน แล้วก็ห้ามมายุ่งกับฉันแล้วก็ลูกน้องฉันอีก”

“ขอมากเกินแล้วนะ”

“ก็เพราะฉันจ่ายแพงน่ะสิ” ร่างสูงโน้มลงมากระซิบที่ริมหูบางแผ่วเบา “ฉันเก็บช่วงเวลาของเราไว้ด้วยน้า”

“ไอ้!...นายแบลคเมล์ฉันหรอ! ฉันคิดไว้อยู่แล้วว่าคนอย่างนายน่ะมัน....”

“เป็นอันว่าตกลง แล้วคืนนี้อย่าหลงมาที่บ้านผมอีกแล้วกันนะครับ คนสวย” ยูชอนฉุดมือบางขึ้นมาจุ๊บเบาๆแล้วยิ้มร่าเดินจากไปทิ้งให้ประธานตัวเล็กยืนกุมขมับอยู่คนเดียว  ....นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน...อยู่ดีๆตัวเขาก็ไปนอนกับหมอนั่น...เสร็จแล้วก็โดนแบล็คเมล์....  มันเกิดอะไรขึ้นกันนะ....

ร่างเล็กพากายมายังห้องทำงานประจำก่อนจะหยิบใบคะแนนความประพฤติขึ้นมาจากลิ้นชักโต๊ะแล้วแก้ให้ตามเงื่อนไขของหัวโจกปาร์ค ยูชอนแต่โดยดี นับว่าเป็นครั้งแรกที่เขากล้าแหกกฏถึงเพียงนี้  เมื่อแก้ไขเสร็จจู่ๆกระดาษตรงหน้าก็หายไปอย่างรวดเร็ว

“โอ้โหๆ ท่านประธานเริ่มใจอ่อนต่อปาร์ค ยูชอนแล้วสินะ” กระดาษไปอยู่บนมือคิม แจจุงนั่นเอง คนตัวเล็กแย่งคืนมาจากมือรองประธานคนสวยอย่างง่ายดายก่อนจะถอนหายใจ

“พูดเป็นเล่นน่าแจจุง ที่ทำไปก็เพราะมีเหตุผล...”

“เหตุผลอะไร?”

“เอาเป็นว่ามันมีแล้วกัน”

“ไม่อยากบอกก็ไม่เป็นไร ฉันอยากเห็นนายสมานฉันท์กับหมอนั่นมานานแล้ว” แจจุงมักจะชอบใจอ่อนกับเจ้าพวกนั้นอยู่เรื่อยโดยใช้เหตุผลที่ว่า ไหนๆก็เป็นเพื่อนรุ่นเดียวกัน ก็ต้องพาให้จบพร้อมๆกันสิ แต่...มันไม่ได้เป็นอย่างที่แจจุงคิด...ตอนนี้เขากำลังโดนข่มขู่อยู่ต่างหาก...

...คอยดูแล้วกัน...คืนนี้คิม จุนซูจะไม่หลับ!!!....

.

.

.

.

.

“จุนซู จะไปเรียนจริงๆหรอลูก” ผู้เป็นพ่อเอ่ยด้วยความเป็นห่วงขณะที่สายตายังคงจ้องไปตามถนน

“ผมไหวฮะ...” ร่างเล็กในสภาพอิดโรยพอควรนั่งจ้องมองออกไปนอกกระจกรถดังเช่นเคยรอบดวงตาขึ้นสีคล้ำเล็กน้อยจากการอดนอน 1 คืนเต็มโดยอ้างเหตุผลกับกับพ่อและแม่ว่ามีรายงานที่ต้องทำ ความจริงเขาใช้เวลาทั้งคืนครุ่นคิดสิ่งที่เกิดขึ้นและทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้หลับ

เมื่อถึงโรงเรียนร่างเล็กพาตัวเองไปยังห้องประจำ จุนซูตอนนี้เหมือนผีดิบเข้าไปทุกที เพราะเดินได้อย่างเดียว สิ่งอื่นไม่อยากตอบสนอง เมื่อก้นถึงเก้าอี้หัวก็ซุกลงโต๊ะทันที ใครที่เดินผ่านเข้าออกห้องล้วนแต่จ้องท่านประธานเป็นตาเดียวเนื่องจากหาได้ยากที่ท่านประธานจะนอนหลับคาหน้าที่เช่นนี้

แอ๊ดดดด เสียงประตูดังพร้อมๆกับร่างสูงในชุดนักเรียน ชายเสื้อหลุดออกมากองนอกกางเกงจนเป็นปกติ ในมือหนาหิ้วกระเป๋านักเรียนสีดำทรงเหลี่ยมแสนเบาหวิวมาด้วย เขายืนจ้องท่านประธานอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะใช้สันกระเป๋านักเรียนสะกิดที่หัวกลมเบาๆ

“นี่...ตื่นได้แล้ว...อย่าอู้จะได้ไหม...” คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นมาทั้งที่ยังงัวเงีย

“มีอะไร?”

“ที่สัญญากันไว้  เบ๊หนึ่งวัน ลุก” ยูชอนปรายหางตาไปมองเหล่าคณะกรรมการนักเรียนที่กำลังจดจ้องการกระทำของเขาอย่างใจจดใจจ่อก่อนจะรีบดึงต้นแขนคนตัวเล็กแล้วพาเดินออกไปด้านนอกโดยเร็ว

“โอ๊ยย จะรีบทำไมเนี่ย ฉันไม่ได้ขายาวเหมือนนายน้า” เสียงหวานโอดโอยทั้งที่ตายังไม่ตื่นดี เมื่อโดนพาเดินมานอกตึก ร่างสูงก็ส่งกระเป๋าเบาหวิวให้ท่านประธานกอด

“ถือไว้ แล้วเดินตามมา”

กริ๊งงงงงง!!  เสียงออดของโรงเรียนดังเป็นสัญญาณให้เข้าเรียน ท่านประธานตื่นตัวเล็กน้อยกับการที่จะต้องโดดเรียนซะเอง

“นายกำลังโดดเรียน ฉันด้วย”

“ใช่ มีปัญหาอะไรหรอ เบ๊?” สรรพนามสุดท้ายทำให้คนตัวเล็กรู้สึกจี๊ดอยู่มิใช่น้อย ใบหน้าหวานบูดบึ้งแต่ขาสั้นทั้งสองข้างก็ยังคงก้าวเดินตามไปอย่างจำยอม

“นายจะไปไหน”

“เดี๋ยวก็รู้” ร่างสูงพาเดินมายังด้านหลังโรงเรียนซึ่งเป็นที่เงียบสงัดและลับตาผู้คน ณ จุดตรงนั้นเองที่เป็นที่เก็บของที่ใช้ในการตั้งเวทีจัดงานของโรงเรียน แท่นพื้นไม้ใหญ่ที่คลุมไปด้วยผ้ากำมะหยี่สีแดงตั้งตระหง่านอยู่ใต้ร่มไม้ ยูชอนทิ้งตัวลงบนแท่นไม้นั้นทันที   ร่างเล็กที่เดินตามมานั้นได้แต่นั่งกอดกระเป๋าพลางมองซ้ายมองขวาอย่างหวาดระแวง

“อาจารย์ไม่เดินมาแถวนี้หรอกน่า” เสียงทุ้มเอ่ยก่อนจะปิดเปลือกตาลง

“นายรู้ได้ยังไง”

“เก่ง...นายเองก็นอนได้นะ ที่เหลือตั้งเยอะแยะ”  ใบหน้าหวานยู่ลงกับคำตอบที่แสนจะกวนเบื้องล่าง

“ไม่อะ นายนอนไปเถอะ  ฉันไม่ใช่แบบนาย ฉันทำไม่ได้หรอก”

“อย่าเล่นตัวน่า ดูก็รู้ว่าง่วง” จู่ๆไหล่บางก็ถูกกดลงเป็นผลให้คนตัวเล็กหงายหลังลงไปนอนด้านข้างยูชอนพอดิบพอดี

ตากลมจ้องไปด้านหน้าปรากฏภาพใบไม้พริ้วไหวไปตามสายลม และแสงแดดที่ส่องลอดมารำไร จุนซูสูดหายใจลึกๆเมื่อรู้สึกผ่อนคลาย

“เป็นไง บอกให้นอนแต่แรกก็ไม่เชื่อ” เสียงทุ้มไม่วายยังใช้ถ้อยคำกวนประสาทเช่นเคย จุนซูเบ้ปากตอกกลับเจ็บแสบ

“ก็ดีหมด ยกเว้นคนที่นอนข้างๆ” ...แต่มันก็สบายใจจริงๆล่ะน้า...

“เบ๊เอ๊ยยย”

“ฉันเกลียดคำนี้ของนายที่สุดเลย”

“เบ๊เอ๊ยยย”

“ไอ้นี่..” จุนซูเริ่มพูดคุยโดยไม่รู้สึกรำคาญแต่กลับสนุกเสียมากกว่าที่ได้ต่อปากต่อคำกับหมอนี่ เวลาผ่านไปหลายนาทีทั้งสองยังคงหาเรื่องเถียงกันไปมาไม่รู้จักจบจักสิ้น จนในที่สุดทั้งคู่ก็เริ่มเงียบ ต่างคนต่างอยู่ในห้วงความคิดของตนเอง

“จุนซู ฉันอยากรู้มานานละ” จู่ๆเสียงทุ้มก็หนักแน่นขึ้นมาทันใด ทำให้ใบหน้าหวานเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย

“อยากรู้อะไร?”  ร่างสูงพลิกตัวมาคร่อมร่างเล็กเอาไว้แล้วประกบจูบลงไปแบบไม่ให้คนตัวเล็กตั้งตัวได้ทัน ลิ้นหนาสอดเข้ามาในโพรงปากหวานกวาดชิมอย่างเอร็ดอร่อย ดวงตากลมเบิกโต ฝ่ามือขาวยันที่อกแกร่งตามสัญชาตญาณแต่กลับพ่ายแพ้ต่อรสจูบของคนด้านบนจนอ่อนระทวย เมื่อริมฝีปากอิ่มกลืนกินจนหนำใจแล้วจึงยอมผละออกมาอย่างแผ่วเบา

“รสชาติดีกว่าในฝันหลายเท่าแฮะ” คนตัวเล็กด้านล่างหอบหายใจหนักและยังคงตื่นตระหนกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่หาย ยูชอนยกยิ้มทะเล้นส่งมาให้คนตัวเล็ก

“หัวใจของนายเต้นดังชะมัด” จุนซูได้สติทันทีที่ถูกเอ่ยหยอกล้อ ดวงหน้าหวานขึ้นสีชมพูเรื่อก่อนจะขยำเสื้อของอีกฝ่ายที่เขาจับติดมือไม่ปล่อย

“..ขะ...ของนายก็ด้วย...” ตากลมใสแป๋วจ้องใบหน้าคมที่ส่งยิ้มมาให้อย่างไม่ละสายตา  ...จุนซูไม่เข้าใจเลย...พลางสงสัยว่าก้อนเนื้อในอกที่มันดังโครมครามตอนนี้มันอะไรกัน ถ้าเป็นถึงท่านประธานนักเรียนคิม จุนซูอย่างน้อยก็จะต้องตบหมอนี่สักฉาดไม่ใช่หรอ....

ร่างสูงเอนตัวลงไปนอนตามเดิมพลางเปิดประเด็นสำคัญ

“ฉัน..สงสัยมาตลอด ตั้งแต่เมื่อวานตอนเย็นที่กลับบ้านไป...ฉันหาคลิปที่แบล็คเมล์นายไม่เจอ...แล้วที่ฉันจูบนาย...อา...ฉันถึงได้มั่นใจว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง”

“อืม” จุนซูเผลอพยักหน้าทั้งที่ยังนอนอยู่ ตอนนี้สติเขาไม่ค่อยจะอยู่กับเนื้อกับตัวสักเท่าไหร่... ยูชอนเริ่มเล่าเรื่องที่พวกเขาสองคนทำอะไรลับๆล่อๆในตอนกลางคืนจึงได้รู้เดี๋ยวนี้เองว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นของทั้งสองคนมีส่วนเหมือนกันตรง 'เซ็กส์' แต่ก็มีส่วนแตกต่างกันหลายจุด

“ฉันคิดว่....”

“ฟี้....” ยังไม่ทันที่เสียงต่ำทุ้มจะเอ่ยจบจู่ๆเสียงกรนเบาๆก็ดังแทรกขึ้น เมื่อยูชอนหันไปมองคนข้างๆที่นอนหลับตาพริ้มไม่รู้เรื่องรู้ราวก็เผยยิ้มบางออกมา พลางนึกขำที่ท่านประธานปากร้ายแสนเข้มงวดตอนนี้เหมือนลูกแมวขี้เซาไม่มีผิด ยูชอนยอมรับว่าจูบเมื่อกี๊นี้ทำให้ใจเขาเต้นแรงจริงๆ เขาไม่ได้รู้สึกแบบนี้มานานมากแล้ว ถึงจะคบใครหลายคนเปลี่ยนแฟนไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งก็ไม่มีใครที่ทำให้โลกของเขามีชีวิตชีวาขึ้นมา

ร่างสูงลุกขึ้นมานั่ง มือหนาล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบกล่องบุหรี่ขึ้นมาคาบไว้ที่ปากก่อนจะควานหาไฟแช็คในประเป๋ากางเกงอีกข้างหนึ่งทว่ามือเล็กของคนหลับกลับฟาดลงที่ต้นขาเขาอย่างจังทำให้ร่างสูงสะดุ้งจนบุหรี่ที่คาบไว้ในปากกระเด็นตกลงไปกับพื้น สายตาคมกวาดไปจ้องที่ต้นเหตุที่ฟาดขาเขาเพียงเพราะเปลี่ยนท่านอนอย่างนึกโมโห แล้วก็ต้องเปลี่ยนใจเมื่อจ้องใบหน้าหวานที่หลับตาพริ้มนั่นทำให้ยูชอนละความคิดที่จะสูบบุหรี่ทิ้งไปทันที  

.....ก็น่าตาดูมีความสุขซะขนาดนั้นใครจะไปกล้าปลุกกันเล่า....

.

.

.

.

กริ๊งงงงงง  เสียงออดโรงเรียนดังขึ้นเป็นสัญญาณพักกลางวัน ในขณะนั้นเองที่เสียงนั้นทะลุเข้าโสตประสาทจุนซูจนตื่น ตากลมค่อยๆเปิดขึ้นพลางนึกได้ว่าตนเองกำลังอยู่ที่ไหน จู่ๆขนมแซนวิสขนาดพอดีมือก็หล่นมาที่ไหล่บาง ขวดน้ำเปล่าถูกตั้งลงด้านข้าง

“กินซะ เที่ยงแล้ว” เสียงทุ้มเอ่ย ร่างเล็กหันไปมองก่อนจะลุกขึ้นนั่งแล้วหยิบแซนวิสขึ้นมาแกะกินทั้งที่ยังรู้สึกง่วงงุน เวลาผ่านมาหลายชั่วโมงหลังจากเขาหลับไป สายตาเรียวกวาดมองเศษขยะใหม่ที่ทิ้งอยู่รอบๆเป็นพลางนึกสงสัยว่าคนตัวสูงไม่ได้หลับไปด้วยแถมยังวนเวียนอยู่ที่บริเวณนี้ตลอดเวลาเลยงั้นหรอ จุนซูนั่งงับแซนวิสเพลินๆไปสักพักกลิ่นควันบุหรี่ก็ลอยมาแตะจมูกเล็ก คิ้วเรียวขมวดเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองคนด้านข้างอย่างไม่สบอารมณ์นัก แต่เห็นแก่น้ำใจที่อุตส่าห์ซื้อของกินมาฝากเขาจะทำเป็นไม่สนใจก็แล้วกัน

“หลับเป็นตาย เมื่อคืนนายไม่ได้นอนเลยหรือไง” ยูชอนพูดทั้งยังพ่นควันบุหรี่เรื่อยๆ

“อื้ม ฉันอยากรู้ว่าถ้าไม่นอน มันจะเกิดอะไรขึ้น”

“แล้วเป็นไง”

“ก็ไม่มีอะไรไง...นายไม่อยากรู้บ้างหรอยูชอนว่าตกลงมันยังไงกันแน่” คนตัวเล็กหันมาถามจริงจัง ถ้ามันไม่ได้เกิดขึ้นจริง แต่ทำไมยูชอนกับเขาถึงได้ฝันเรื่องเดียวกัน พร้อมกันล่ะ ถึงจะยังฟันธงไม่ได้ว่าฝันก็เถอะ

“ไม่ใช่เรื่องจริงก็ดีแล้วน่า”

“แล้วคืนต่อๆไปล่ะ”

“ไม่รู้...อันที่จริง  เมื่อคืนฉันก็ไม่ได้นอน” ใบหน้าหวานทำตาโตราวกับนึกอะไรออก ถ้าหากเขาสองคนไม่ได้หลับหรือหลับไม่